ขอความกรุณาให้ความร่วมมือในการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องด้วยครับ

ที่มา : http://www.taeroz.com/2008/03/what-is-the-disaster-language/

ไป เจอมาครับ คนเราบางประเภทนี่ก็ช่างพยายามจริงๆเลย คิดที่จะนิยาม , หาทางจำกัดความทุกสิ่งทุกอย่าง …. แม้กระทั่งภาษาวิบัติที่วัยรุ่นวัยทีนบ้านเราเป็นกันอยู่ตอนนี้ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ลองอ่านไปก่อน น่าสนุกดี มีการรวบรวมคำวิบัติฉิบหายพวกนี้ไว้เป็นหมวดหมู่ด้วย ไหนดูซิว่ามีคำอะไรที่เรายังไม่ได้พบเจออีกบ้าง ….

กลุ่มที่ใช้เวลาพูด

เป็น ประเภทของภาษาวิบัติที่ใช้ในเวลาพูดกัน ซึ่งบางครั้งก็ปรากฏขึ้นในการเขียนด้วย แต่น้อยกว่าประเภทกลุ่มที่ใช้ในเวลาเขียน โดยมักพูดให้มีเสียงสั้นลง หรือยาวขึ้น หรือไม่ออกเสียงควบกล้ำเลย ประเภทนี้เรียกได้อีกอย่างว่ากลุ่มเพี้ยนเสียง เช่น

* ตะเอง (ตัวเอง)

* เตง (ตัวเอง)

* ขอบคุง (ขอบคุณ)

* แม่ม (แม่ง)

* แสด (สัตว์)

* พ่อง (พ่อเมิง)

* สลัด(สัตว์)

* สรัด,สรัส(สัตว์ :ออกเสียง ร เรือ ด้วย)

คำอุทาน

* เว้ย

* เฮ้ย

* เจ๊ดเข้

* อุ๊ยแม่เมิงตก

* เสม็ตดุ๋ย

* ชะมดเช็ดสะเด็ดยาด

* ตะแบ๊บ ตะแบ๊บ เป๊าะแป๊ะ เป๊าะแป๊ะ แอ๊ว แอ๊ว

แบบคำเติมท้าย

ใน ที่นี้คือคำเติมท้ายที่ไม่มีความหมายในพจนานุกรมไทย แต่ก็จะใส่ มีไรมะ (เพราะเป็นคำที่ใช้แสดงอารมณ์หรือใช้แสดงความคิกขุของผู้เขียน/พิมพ์)

* งุงิ

* เงอะ

* ง่า

* งับ(ครับ)

* แง่ว

สนใจเพิ่มเติมมากกว่านี้ ดูต่อได้ที่

ไร้สาระนุกรม - ภาษาวิบัติ

Huh?

อืม ม์ …. ไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่นัก ส่วนใหญ่ได้เห็นผ่านตามาหมดแล้ว อ่านไปอ่านมาก็รู้สึกว่าไม่มีอะไร เนื้อหาคงเป็นประมวลคำวิบัติล่ะมั๊ง เตรียมจะปิดหน้านั้นทิ้งแล้ว ถ้าไม่ไปสะดุดกับประโยคเด็ดที่ทำให้ปรี๊ดขึ้นมา ดังข้างล่างนี้

จาก ที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่าบางคำที่เราคิดว่าวิบัติ จริง ๆ แล้วไม่ได้วิบัติเลย แล้วอาจจะสงสัยในคำวิบัติแล้วล่ะสิ ว่าแล้วคำไหนล่ะวิบัติขนานแท้ ก่อนพูดถึงตรงนั้น ได้ดูนิยามของภาษาวิบัติก่อนดีกว่า

ภาษา วิบัติ คือ ภาษาที่ถูกแปลงมาจากคำในภาษาเดิม ให้สามารถเขียนได้ในรูปลักษณ์ใหม่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ภาษาวิบัตินี้มักจะผิดหลักในการเขียนอยู่เสมอ และมักออกเสียงได้ไม่ตรงกับเสียงพูดจริง

ถ้าจะให้แยกแยะได้ง่ายๆ คำที่ไม่อยู่ในพจนานุกรม และไม่เป็นไปตามกฏของหลักภาษาไทยโดยส่วนใหญ่จะเป็นภาษาวิบัติ

มี คำวิบัติขนานแท้และไม่แท้ด้วยเว้ยเฮ้ย !!! …. สำหรับความคิดผมนะ ไม่ว่ามันจะเลียนเสียงพูดหรือไม่ หรือจุดประสงค์เพื่อแสดงอารมณ์ระหว่างสนทนาก็แล้วแต่ มันก็ฉิบหายวายวอดทั้งนั้นล่ะถ้าใช้จนติดเป็นนิสัย ผมเองก็ยอมรับว่าเคยใช้บางครั้งบางคราวเวลาคุยกับเพื่อนใน msn หรือในเว็บบอร์ดของกลุ่มเพื่อนๆอะไรประมาณนี้ (ถ้าใช้ในที่ๆ private แบบนี้ผมเคารพสิทธิส่วนบุคคลครับ) แต่ไม่ได้ใช้จนติดไปซะทุกประโยคที่พิมพ์ แม้จะโดนเพื่อนด่ามาว่าพิมพ์กลับมาช้าบ่อยๆ แต่ก็พยายามทำให้มันถูกต้องที่สุด เพราะรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ไปเจอคำพวกนี้ตามเว็บบอร์ดสาธารณะ หรือในเว็บไซท์ทั่วๆไป พวกนี้ก็จะมีเหตุผลต่างๆนาๆไปว่า ….

“ปุ่ม shift มันเสียอ่ะ ให้ทำยังไง (ปุ่มเสียทุกวันแหละ ไม่เคยคิดจะเปลี่ยน keyboard)”
“มันพิมพ์เร็วไม่ทันใจ (อันนี้พูดไปแล้ว)”
“มันสื่ออารมณ์ได้ดีกว่า (แต่ควรใช้ให้ถูกกาละเทศะนิดนึงนะครับ)”

พอเถียงกันไม่จบ ก็จะอ้างหลักการสุดฮิต เป็นท่าไม้ตาย

” ทำไมจะใช้ไม่ได้อ่ะ รู้ไหมว่าภาษาไทยมันเป็นภาษาที่ไม่ตาย มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง วิวัฒนาการได้ตลอด …. (เสร็จแล้วก็อ้างอิงการเปรียบเทียบภาษาปัจจุบันนี้กับสมัยอยุธยาโน่นนน)”

ครับ …. ภาษาไทยเราสามารถมีวิวัฒนาการ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงได้

แต่ต้องไม่ใช่ด้วยเหตุผลส้นตีนข้างบนนี้แน่นอน….

และ เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แค่ภาษาวิบัติธรรมดาๆ ถึงขั้นภาษากลายพันธุ์ไปเลยก็มี จากบุคคลบางกลุ่มที่ต้องการความน่ารักน่าเอ็นดูใส่ตัว (โดยไม่ดูอายุ) จึงต้องแสดงออกด้วยภาษาเขียนและภาษาพูด ดังนี้ ….

ที่มา : ไร้สาระนุกรม - แอ๊บแบ๊ว

เสียง

เสียง เป็นอาการทางกายภาพข้อสุดท้ายของโรคแอ๊บแบ๊ว เสียง มาตรฐานการแอ๊บแบ๊วคือเสียงเล็กๆ อู้อี้นิดๆ อ้อนหน่อยๆ คล้ายคนเป็นช่องเพดานในปากโหว่ ปากเบี้ยว หรือลิ้นไก่สั้น ประมาณ น้องเบเบ้ หรือจิ๊บ ปกฉัตร อะไรแถบๆนี้ ใครที่เคยสอบอ่านร้อยแก้วร้อยกรองแล้วได้คะแนนเต็ม มา อาจจะต้องไป ตัดปลายลิ้นตัวเองก่อน จึงจะออกเสียงแบ๊วๆแบบนี้ได้ น้ำเสียงที่นิยมแอ๊บแบ๊ว คือ level ตั้งแต่ 2 เป็นต้นไป ทำ อย่างไรก็ได้ให้ผิดอักขระวิธีให้มากที่สุด เช่น

* ทำไมเหรอ เป็น จำไมเง๋อ

* จริงเหรอ ออกเสียงเป็น จิ๊ง-ง๋ออออออ??

* ใช่ไหม เป็น ชิเมะ? / ชิป้ะ? / ชิม้า? / ชิมิ?

* ไม่เอา เป็น มิอาวววว

* คือว่า,เอ่อ เป็น คึ่ บั่บ / คึ่แบ๊บ / เอิ่ม / อึ่มมม

* บ้า เป็น บร๊า …….. (อย่าลืมกระดกเสียงขึ้นไป 2 octave)

* อะไรน่ะ เป็น อึ่หล่ายอ้ะ? เป็นต้น

ตะ เองเค้าหิวเค้าหิวเข้าจางลุยอ่า พาเคร้าปายกิงเข้าหน่อยจิ นะนะน้า… หยืแว่ตะเงงไม่อย่ากปายกิงเข้ากาบเคร้าแว้วซิมิ ก้อดุ้ยปายโครนเดวก้ออดุย บะบุย

ตัวอย่างประโยค

* “อ้าว สวัสดีแก ไม่ได้เจอกันนานมาก คิดถึงสุดๆ ไปกินข้าวที่สยามกันมั้ย เดี๋ยวพี่ชายเราไปส่งล่ะ” เป็น

* “ฮั้ยย! สัสดีแกร..มะด้ะเจ๊อกึนนันม๊ากกก กิ๊ดถึ่งซูดซู๊ดดด ปะกินค๊าวที้ซึ่หย่ามกึนเมะเด๋วพี๊..ชัยเราป้ะส่งแหละ” ฯลฯ

คิดดูนะครับ ….
เราจะเอาไปบอกใครๆได้อย่างเต็มปาก แบบภูมิใจได้หรือไม่ ว่านี่คือวิวัฒนาการของภาษา ?

via: http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=gappaman&month=04-2008&date=08&group=6&gblog=28

อย่างที่หัวข้อกระทู้ที่ตั้งเอาไว้ครับ ผมรบกวนสมาชิกทุกๆ ท่าน โดยเฉพาะสมาชิกใหม่ทั้งหลาย
ปรับปรุงการใช้ภาษาไทยหน่อยนะครับ ถือว่าช่วยๆ กัน เพราะว่าบอร์ดแห่งนี้เรารณรงค์เรื่องการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องครับ
หวังว่าคงจะรับทราบและปรับปรุงช่วยเหลือกันนะครับ ที่ผมขอความร่วมมือคงจะไม่มากมายจนเกินไปนะครับ
ขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือครับ

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.